ยอดวิว Visit

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดอารี่คุณแม่ไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไดอารี่คุณแม่ไอที แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561

ไดอารี่คุณแม่ไอที 3.1.29018

สวัสดีค่า
เวลาเข้าไปในโลกโซเชี่ยล สิ่งสำคัญคือการดึงสติ อย่าไปหลงละเมอเพ้อพกว่ามันสวยงาม หรูหรา ร่ำรวย ดังในภาพที่เห็น ขอให้เข้าใจว่า

โลกโซเชี่ยลก็คือ มายา เป็นวงการมายาอย่างหนึ่ง เวลาเห็นเค้าโพสต์ภาพมีความสุข บ้านใหญ่รถหรู กำไรมาก ขายของปัง ก็อย่าไปเชื่อ 100% หารลงเยอะๆหน่อย

จะได้ไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเขา แล้วมานอยด์ตัวเอง มาเบลมตัวเองว่า เราทำไมมันแย่อย่างนี้ แล้วก็เก็บความคิดลบมาทำร้ายตัวเอง จนซึมเศร้า จนป่วยจิต ซึ่งในชีวิตจริงน่ะของทุกคนแหละ ไม่มีใครสวยงามขนาดนั้นหรอกน่า

ความแท้ทรูคือ ใครๆก็ไม่อยากนำเสนอภาพด้านลบของตัวเองหรอก ไม่ใช่ว่าอยากหลอกลวง แต่น่าจะเกรงใจมากกว่า ไม่อยากให้คนอื่นต้องมาทุกข์กับภาพที่ไม่สวยงาม ก็เลยพยายามนำเสนอแต่สิ่งดีๆในโลกโซเชี่ยล

ถ้าเราเข้าใจโลกโซเชี่ยลแบบนี้แล้ว เราก็จะอยู่กับมันได้ โดยไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

รักนะยูวว์
คุณแม่ไอที

วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

ไดอารี่คุณแม่ไอที 2.01.2018ภาคสอง


เมื่อกินอาหารโรงทานซึ่งอุดมสมบูรณ์มาก เราก็อนุโมทนาสาธุกับผู้มาทำโรงทานและแบ่งบุญจากการมาสวดมนต์ให้ 

จากนั้นก็เดินสักพัก พอ 5 ทุ่ม เราก็เริ่มสวดมนต์กันอีก ในระหว่างสวดมนต์ เราจะนั่ง เราจะขยับตัวก็สามารถขยับได้ตามสบาย ผู้สูงอายุ หรือ ผู้มีปัญหาสุขภาพสามารถนั่งเก้าอี้ได้ ดังในภาพ จึงไม่ต้องกังวลในเรื่องการนั่งสวด นอนสวด ทำได้หมดค่ะ

เราสวดมนต์ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งก้าวข้ามวันที่ 31 ธันวาคม2560 ไปเป็น 1 มกราคม 2561 


เราก็สวดมนต์โดยหลวงตาพาเน้นหนักสวดในบท อิติปิโส บารมี 30 ทัศน์ พระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ชุมนุมเทวดา เพื่ออัญเชิญเทพเทวามาปกปักรักษามาอำนวยพร คาถาชินบัญชร และอื่นๆอีกมากมาย สวดจนถึงตี 1 ก็ทำวัตรเช้าต่อ ตามด้วยแผ่เมตตา รับพรจากหลวงตา และอธิษฐานจิตขอพรในสิ่งที่ต้องการสมปรารถนาในปี 2561 จนถึงตี 2 ก็เสร็จสิ้นการสวดมนต์ข้ามปี

บางคนก็กลับไปนอนบ้าน แต่เรากางเต๊นท์นอนในศาลา บางคนก็ปูเสื่อแล้วห่มผ้านวมนอนก็มี อากาศหนาวเย็นสบายลมไม่แรง ไม่ได้เปิดพัดลมของทางวัดเลย 

พอเช้าตี 4 ได้ยินเสียงสวดมนต์ทำวัตรเช้าแต่เราลุกไม่ไหวก็นอนต่อ พอเช้าก็ลุกขึ้นเก็บเต๊นท์ เก็บของขึ้นรถ เตรียมจะกลับ ก็มีโรงทานอาหารเช้าเพียบเลยจะกินก่อนออกเดินทาง มีข้าวจี่ กาแฟ แซนวิชทูน่า น้ำกระเจี๊ยบ น้ำเต้าหู้ น้ำข้าวโพด ก๋วยเตี๋ยว 

กินเสร็จ เราก็สังเกตเห็นอะไรแปลกๆ คือทำไมมีรถยนต์ขับเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย มากขึ้นๆ แล้วก็เห็นคนถือของเหมือนจะเตรียมตักบาตรเป็นแถวยาวมากๆ และยาวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราก็เลยน่าจะมีการตักบาตรแน่ๆ วันปีใหม่และวันพระด้วย เราก็เอ๊ ทำไงดีน้อ เราไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย ก็คิด อืม ไม่เป็นไรงั้นก็กลับ 

แต่พอขับรถพ้นประตูวัด เหลียวไปเห็นมีคนมาขายของ เราเลยจอดซื้อของแล้วเดินเข้าไปในวัด และนั่งรอตักบาตรรวมกับคนอื่นๆ อารมณ์ประมาณการตักบาตรของเชียงคาน คือ มีสาธุชนนั่งรอยาวเป็นกิโลอยู่สองข้างทางทั้งนอกและในวัด 

ประมาณเกือบ 9 โมง ก่อนจะตักบาตร มีไวยาวัจกรมาแจ้งว่า ดอกไม้ให้นำไปถวายพระพุทธ ไม่ต้องใส่บาตร หลวงตาก็เดินนำพระทั้งหมดเข้าผ่านประตูวัด เราก็ตักบาตร 5 รูป แล้วก็รีบถอยออกมา เพื่อให้คนอื่นได้เข้าไปตักบาตรบ้าง เมื่อตักบาตรเสร็จแล้วก็นำดอกบัวไปถวายพระพุทธ 1 คู่ และถวายอัฐิหลวงตา 1 คู่ จากนั้นก็กราบลา

เมื่อออกจากวัดมา เราก็เข้าไปจารึกชื่อในแผ่นทอง เพื่อใส่ในฐานพระมหาเจดีย์หลวงตามหาบัว ทั้งหมดนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีการบริจาคตรงจุดนี้ เพียงให้ลงชื่อ แล้วรับแผ่นทองฟรี คนละกี่แผ่นก็ได้ เขียนชื่อตนเอง ชื่อคนในครอบครัวก็ได้ เมื่อเสร็จสิ้นเราก็เดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

ไดอารี่คุณแม่ไอที 2.01.2018ภาคแรก

วันที่ 31 ธันวาคม 2560 ได้ไปวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เพื่อสวดมนต์ข้ามปี ก็มีหลายอย่างที่อยากจะบันทึกไว้ และเล่าให้ฟัง



เราเข้าไปทางที่สะดวกที่สุด คือ ขับรถไปตามถนนมิตรภาพ ก่อนจะถึงตัวเมืองอุดร จะมีป้ายขนาดใหญ่ว่า ให้เลี้ยวซ้ายไปวัดป่าบ้านตาด ขับเข้าไปก็จะผ่านตลาดสด เลยแวะกินบะหมี่คนละชาม เพราะตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 4 โมงเย็็น ใจคิดว่าเตรียมตัวให้พร้อม เพราะที่วัดคงไม่มีอะไรให้กินได้ นอกจากน้ำปานะ ถึงสามแยก

ที่สามแยกนั้น ถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปภูฝอยลม ถ้าเลี้ยวขวาจะเข้าวัดป่าบ้านตาด อ้อ คนที่ไม่เคยไปอาจจะงงนะคะ เพราะป้ายจะเขียนว่าไปพระมหาเจดีย์ นั่นแหละค่ะ คือทางเข้าวัดให้เลี้ยวขวาเข้าไปเลย

ตอนจะเลี้ยวขวาให้ระมัดระวังมากๆ เพราะอาจจะมีรถสวนออกมาจากกำแพงพระมหาเจดีย์ เมื่อเข้าไปแล้วจะเห็นว่ากำลังมีการก่อสร้างพระมหาเจดีย์อยู่ทางด้านขวามือ

ขับไปอีกนิด ก็จะเจอพิพิธภัณฑ์หลวงตามหาบัว จากนั้นจะเจอประตูทางออกก็ขับออกไป ชลอ แล้วหยุดรถอีกครั้ง เลี้ยวซ้ายเพื่อเข้าประตูวัดค่ะ เมื่อผ่านประตูวัดแล้ว ให้เลี้ยวซ้าย และก็หาที่จอดรถได้เลยค่ะ

เราเลือกจอดใกล้ๆกับศาลาสวดมนต์ เราก็เข้าไปกราบพระในศาลา และกราบอัฐิหลวงตาซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน จากนั้นก็เดินสำรวจ พบว่า มีโรงทานก๋วยเตี๋ยว เลยจัดคนละชาม เพราะเมื่อกี๊กินบะหมี่ไม่อิ่ม ก๋วยเตี๋ยวอร่อยมาก เจ้านี้เป็นโรงทานที่ทำโดยทางวัด โดยคุณแม่ชุดขาวได้บอกว่า ไม่ต้องไหว้ขอบคุณแม่หรอก ให้ขอบคุณหลวงตาเถิด ท่านเป็นผู้ให้ เราก็เลยสาธุขอบคุณทั้งคุณแม่ชุดขาว ทั้งหลวงตา

เราถือก๋วยเตี๋ยวมานั่งกินอยู่ขอบศาลา คนอื่นๆก็ทำคล้ายๆกัน มีหมา 4-5 ตัววิ่งป้วนเปี้ยนอยู่ แต่ก็ไม่ได้รบกวนอะไร

สังเกตเห็นมีคนแก่ผู้ชายจะนั่งคุยกันอยู่แถวหน้าสุด ใกล้ๆพระพุทธ และคนแก่ผู้หญิงเป็นคนส่วนมากที่มาสวดมนต์โดยกลุ่มนี้จะจับจองด้านหน้าๆ ถัดจากคนแก่ชาย มีการเตรียมผ้าห่ม เสื่อ เต๊นท์ วางไว้ใกล้ๆที่ตัวเองนั่ง

นอกนั้นก็จะนั่งกระจัดกระจาย อยู่ทั่วศาลา ไม่มีการบังคับ ดูทุกคนสบายๆ เป็นธรรมชาติ บางคนก็ปูเสื่อนอนรอ บางคนก็เดินจงกรม บางคนก็นั่งสมาธิ บางคนก็คุยกัน ตามอัธยาศัย

เราก็ถามคุณยายท่านหนึ่งว่า สวดมนต์ตอนไหน ก็เราไม่เคยมาก็ต้องถามเนาะ ท่านตอบว่า เริ่มทุ่มนึง แล้วเสร็จตอนไหน ก็รอบแรกเสร็จตีหนึ่ง แล้วก็รอบสองตีสี่ถึงตีห้า

เราก็คิดในใจโหโหด แต่ก็เอาวะ ตั้งใจไว้แล้วนี่นา สักพักก็เริ่มมีโรงทานทยอยกันมา มีโจ๊ก ข้าวเหนียวดำเปียก และโอเลี้ยง คือเราก็กำลังมองหากาแฟเพราะกลัวง่วง เลยจัดโอเลี้ยงแทน

กินเสร็จเราก็ไปเลือกที่ที่อยากจะนั่ง เราเลือกนั่งริมๆหน่อย เพราะวางแผนว่าจะนอนตรงนี้เลยหลังสวดมนต์เสร็จ และจะได้ลุกไปเข้าห้องน้ำสะดวกๆ

เราก็ปูเสื่อและใช้ผ้านวมปูทับอีกหนึ่งชั้นเพื่อให้นั่งได้นานหน่อย เอาหมอน(เอามาเอง)มาวางหนังสือสวดมนต์ หนังสือสวดให้เราเดินไปหยิบในกล่องพลาสติคใบใหญ่เอง วางไว้แถวๆด้านหน้าของศาลานะคะ

หนังสือสวดมนต์นี้เมื่อเปิดไปหน้าแรก ก็จะมีข้อความเขียนว่า สามารถนำไปพิมพ์เผยแพร่โดยไม่ต้องขออนุญาต คือใครอยากเอาไปสำเนา ไปพิมพ์ก็สามารถทำได้เลย

ประมาณหนึ่งทุ่มหลวงตาก็ลงมาที่ศาลา และเริ่มการพาสวด ท่านกล่าวว่า วันนี้เราจะสวดมนต์กันแบบเอาเป็นเอาตายเลยนะ บรรดาสาธุชนก็หัวเราะกันใหญ่ ก็เริ่มสวดตามบทการทำวัตรเย็น ไล่ไปเรื่อยๆ อาจมีการข้ามไปมาโดยหลวงตาจะบอกว่าพลิกไปหน้านั้นหน้านี้ ระหว่างการสวดก็มีสาธุชนทยอยเข้ามาเพิ่มมีทั้งคนหนุ่มสาว วัยรุ่น มาเป็นครอบครัวมีลูกเด็กเล็กแดงมาด้วยก็มีจนเต็มศาลา

สวดจนกระทั่งถึง 4 ทุ่มครึ่ง หลวงตาเลยให้หยุดพักครึ่งชั่วโมง ก็พากันไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องน้ำก็สะดวกสบายเพียงพอมีเยอะมีหลายมุม น้ำท่าสมบูรณ์ดี จากนั้นบรรดาอภิมหาโรงทานก็มาตั้งกันอย่างเยอะ มีกาแฟร้อน กระเพาะปลา

อ่านต่อภาคสอง